ลำตัวของผีเสื้อประกอบด้วยวงแหวนหลาย ๆ วงเรียงต่อกัน และเชื่อมต่อกันด้วยเยื่อบาง ๆ ทำให้เคลื่อนไหวได้สะดวก มีขาเป็นปล้องจำนวน 6 ขา ร่างกายประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกันคือ

หัว Head อก Thorax เเละท้อง Abdomen ซึ่งเเต่ละส่วนเป็นที่ตั้งของอวัยวะที่สำคัญ
หัว Head
เป็นที่ตั้งของอวัยวะ 3 ส่วนสำคัญ
หนวด Antenna
มี 1 คู่ ตั้งอยู่ระหว่างตารวม มีลักษณะเป็นปล้องต่อกันเป็นข้อ ๆ หากเป็นผีเสื้อกลางวันเเล้วหนวดจะเป็นรูปกระบอง กล่าวคือโคนหนวดเล็กเเล้วค่อยขยายใหญ่ขึ้น หากเป็นผีเสื้อกลางคืนหนวดจะมีหลายเเบบ เช่น เเบบซี่หวี เเบบเส้นด้าย หนวดมีหน้าที่ในการรับรู้ความรู้สึกต่าง การดมกลิ่นเเละการทรงตัว
ตา Eyes
ตาของผีเสื้อประกอบด้วยตา 2 ชนิดคือ ตาเดี่ยวเเละตารวม
ตาเดี่ยว Ocelli เป็นตาที่มีขนาดเล็กประกอบด้วยเลนส์อันเดียว ปกติเเล้วผีเสื้อทั่วไปจะมีตาเดี่ยวนี้ 2 ตาด้วยกัน อยู่ด้านข้างส่วนหัวใกล้ตารวม เเต่สำหรับในระยะตัวหนอนของผีเสื้อจะมีตาเดียวเท่านั้น เพื่อใช้ในการรับรู้การเปลี่ยนแปลงของเเสงสว่างว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน
ตารวม Compound eyes มีขนาดใหญ่ 1 คู่ อยู่ด้านข้างส่วนหัว ลักษณะทรงกลม ประกอบขึ้นด้วยเลนส์ที่เรียกว่า ฟาเซทส์ ตั้งเเต่ 200-27,000 อันประกอบรวมกัน ทำหน้าที่ในรับภาพการมองสิ่งต่างๆ ซึ่งผีเสื้อสามารถมองเห็นคลื่นเเสงอัลตราไวโอเล็ทได้ ดังนั้นผีเสื้อจึงมองเห็นในสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ เเละสามารถรับภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวได้เร็ว
ปาก Proboscis
มีลักษณะเป็นงวงยาวที่เรียก โปรบอสซิส ที่เกิดจากริมผีปากที่ยื่นยาวออกเป็นหลอดสองหลอด สามารถม้วนขดตัวเป็นลานนาฬิกาไว้ใต้หัวเมื่อไม่ได้ใช้งาน ใช้สำหรับดูดของเหลว ที่ปลายปากมีต่อมรับรส การยืดตัวของปากอาศัยเเรงดันเลือด เเต่ในการม้วนปากกลับจะใช้กล้ามเนื้อเเทน ความยาวของปากผีเสื้อสามารถบอกถึงอุปนิสัยของผีเสื้อเเต่ละชนิดได้
อก Thorax
อกประกอบด้วย 3 ส่วนด้วยกัน อกส่วนหน้า อกส่วนกลาง เเละอกส่วนหลัง ซึ่งเป็นที่ตั้งของอวัยวะที่ใช้ในการเคลื่อนไหว คือปีก เเละขา
ปีก Wings

Fourbar Swordtail (Graphium Agetes) หางดาบภูเขา
ผีเสื้อประกอบด้วยปีก 2 คู่ คือปีกคู่หน้า Forewing ตั้งอยู่ที่อกปล้องที่ 2 (อกส่วนหน้า) เเละปีกคู่หลัง Hindwing ที่ตั้งอยู่อกปล้องที่ 3 (อกส่วนกลาง) ปีกคู่หน้าซ้อนทับกับปีกคู่หลังบางส่วน ส่วนของปีกเป็นเยื่อบาง ๆ ประกบกันซึ่งเป็นเเผ่นไคตินบางๆ ยืดยาวขยายออกมาจากส่วนของอกซึ่งเเตกต่างโดยสิ้นเชิง กับปีกของนก เเละมีเส้นปีกเป็นตัวยึดให้ความเเข็งเเรงและคงรูป โดยปีกคู่หน้ามีเส้นปีก 12 เส้น เเละปีกคู่หลังมี 9 เส้น ปกคลุมด้วยเกล็ดสีเล็ก ๆ วางเรียงซ้อนทับกันอย่างเป็นระเบียบคล้ายกระเบื้องมุงหลังคา ปกติเเล้วสีสันเเละลวดลายที่ปรากฏบนปีกทั้ง 2 ข้างต้องเหมือนกัน นอกจากนี้เกล็ดพิเศษที่เรียกว่าเเอนโดรโคเนีย ซึ่งเป็นเกล็ดที่ต่อกับต่อมกลิ่นเพศใช้สำหรับการปลดปล่อยกลิ่นเพศ หรือฟีโรโมน ซึ่งมักเป็นเพศผู้เพื่อใช้ชักนำเพศตรงข้ามสำหรับการผสมพันธุ์ โดยเกล็ดนี้อาจอยู่ที่ปีก ขา หรือลำตัวขึ้นอยู่กับชนิดของผีเสื้อ
ขา Legs
ผีเสื้อมีขาทั้งหมด 3 คู่ตั้งอยู่ที่อกส่วนละคู่ มีลักษณะเป็นข้อ ๆ แบ่งเป็น 5 ส่วนได้แก่ โคนขา ข้อต่อ ต้นขา ปลายขา ตีน และยังมีเล็บ 1 คู่ที่ปลายตีน ซึ่งขามีหน้าที่ในการเดิน เเต่ขาของผีเสื้อบางชนิดโดยเฉพาะคู่หน้าใช้สำหรับเป็นอุปกรณ์ทดสอบพืชอาหาร ของหนอนผีเสื้อเพื่อใช้วางไข่
ท้อง Abdomen มีลักษณะเป็นปล่องต่อกันจำนวน 10 ปล้องเรียงต่อกัน ในส่วนนี้เป็นที่ตั้งของอวัยวะต่างๆ เช่น อวัยวะสำหรับการย่อย การขับถ่ายเเละที่สำคัญคือ ที่ปลายส่วนท้องมีอวัยวะสืบพันธุ์ที่มีลักษณะแตกต่างกันตามชนิดของผีเสื้อ สามารถนำไปใช้ในการยตรวจสอบจำเเนกชนิดพันธุ์ได้ เเละยังเป็นเเหล่งสะสมพลังงานในรูปของไขมัน
No comments:
Post a Comment